“Diversity & Inclusion”

มนต์เสน่ห์ของความแตกต่าง กุญแจสำคัญในอุตสาหกรรมความงามที่คุณจะหลงรัก

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า “Diversity & Inclusion” หรือเรียกโดยย่อว่า D&I (ดีแอนด์ไอ) ที่ถ่ายทอดแนวคิดการสนับสนุนความหลากหลาย ความแตกต่าง และการไม่แบ่งแยก ดังเช่นการเคารพและการให้คุณค่าต่อมนุษย์คนๆ หนึ่งที่มีความแตกต่างในปัจจัยต่างๆ เช่น พื้นเพชีวิต กระบวนทัศน์ความคิด ภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงอัตลักษณ์ที่บ่งบอกความเฉพาะตัวของแต่ละคน เป็นต้น ให้สามารถอยู่ร่วมกัน ยอมรับความต่างซึ่งกันและกันในสังคมได้โดยไร้ม่านอคติ ขณะเดียวกันกระแสเทรนด์ Diversity & Inclusion กลับขยายอิทธิพลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมความงามทั่วโลกที่จะขยายภาพอย่างชัดเจนในปี 2022 โดยบรรดาผู้คนในวงการบิวตี้ต่างให้นิยามว่า Diversity & Inclusion เป็นเรื่องความงามที่หลากหลาย ไม่มีการแบ่งแยกเรื่องเพศ สีผิว เชื้อชาติ รสนิยมทางเพศ และต่างร่วมสนับสนุนให้ทุกคนเห็นถึงคุณค่าของความงามและสามารถเข้าถึงได้อย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของธีมในการจัดงาน COSMEX 2022 “Beauty Beyond Boundaries” ที่จะชวนคนในวงการความงามมาร่วมอัปเดตเทรนด์ ค้นหาแรงบันดาลใจสู่การรังสรรค์สิ่งใหม่ที่ดีกว่า และมีส่วนช่วยยกระดับความงดงามบนโลกนี้ในมิติใหม่อย่างน่าประทับใจ

เทรนด์ “Diversity & Inclusion” มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมความงามอย่างน่าทึ่ง!

ทุกวันที่ 21 พฤษภาคม เป็นวันสากลสำหรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมสำหรับการเจรจาและการพัฒนา ซึ่งเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นในปี 2002 เพื่อเป็นโอกาสใน “การทำความเข้าใจค่านิยมของความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย 4 ประการของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองของยูเนสโก และส่งเสริมความหลากหลายทางการแสดงออกทางวัฒนธรรม” แม้ปัจจุบันผ่านมาแล้วกว่า 20 ปี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความหลากหลายยังกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับการพูดถึงจากผู้คนอย่างหลากหลายในบริบทต่างๆ แล้วความหลากหลายมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมความงามอย่างไรบ้าง ขอนำตัวอย่างมาให้รู้ไปพร้อมกัน 

ความสวยงามแห่งความหลากหลายไร้ข้อจำกัดของสีผิว-เชื้อชาติ

ย้อนกลับไปในปี 1989 เนโอมี แคมป์เบลล์ (Naomi Campbell) ขึ้นปกนิตยสารโว้กในเดือนกันยายน นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงผิวสีปรากฏตัวบนหน้าปกของนิตยสารฉบับเดือนกันยายน ซึ่งเป็นฉบับที่สำคัญที่สุดของปี โดยหนึ่งปีก่อนในเดือนสิงหาคมปี 1988 แคมป์เบลล์ก็เป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกบนหน้าปกของนิตยสารโว้กฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นการปฏิวัติและเคารพความสวยงามที่แตกต่าง หรือในปี 2017 มีการปฏิวัติเล็กๆเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมความงาม โดย ริฮานนา (Rihanna) ศิลปินชื่อดังระดับโลก เปิดตัวแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty แบรนด์เครื่องสำอางแบรนด์แรกๆ ที่ผลิตโทนสีรองพื้นให้เลือกอย่างมากมายและแตกต่างกันถึง 40 เฉดสี ซึ่งน่าประทับใจอย่างมาก เพราะแสดงถึงความหลากหลายและการรวมกัน และแสดงให้เห็นคุณค่าความงดงามของผู้หญิงทุกคนทุกสีผิว 

ความสวยงามแห่งความหลากหลายไร้ขีดจำกัดของภาพลักษณ์ร่างกาย

ด้านแบรนด์ Gucci (กุชชี่) ก็ได้ออกแคมเปญความงามชื่อว่า  "Unconventional Beauty" เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2020 โดยเฉลิมฉลองความสวยงามแห่งการรวมตัวของความหลากหลาย และการส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อร่างกาย ด้วยการเลือก Ellie Goldstein (เอลลี โกลสตีน) เป็นนางแบบที่เป็นโรคดาวน์ซินโดรม (Down's syndrome) ท่านแรกมาถ่ายแคมเปญ นำเสนอมาสคาร่า "Mascara L'Obscur" ซึ่งแคมเปญนี้ไม่เพียงแต่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างเหลือเชื่อจากสาธารณชนเท่านั้น แต่โพสต์บนอินสตาแกรมของการถ่ายทำนั้นยังได้รับรายงานว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกด้วย แคมเปญนี้เกิดมูลค่าราว 6 ล้านดอลลาร์ทีเดียว

ความสวยงามแห่งความหลากหลายไร้ขีดจำกัดของเพศ-รสนิยมทางเพศ

 อาทิเช่น LAKA แบรนด์เครื่องสำอางที่เป็นกลางทางเพศรายแรกในเกาหลีใต้ ส่วนทางด้านแบรนด์เครื่องสำอาง MAC (แม็ก) ออกโครงการ M.A.C VIVA GLAM ได้ระดมทุนมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ต่อสู้กับเอชไอวีหรือเอดส์ และยังสนับสนุนอนาคตที่มีสุขภาพดีและสิทธิที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้หญิง เด็กผู้หญิง และชุมชน LGBTQ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แบรนด์ MAC ยังได้เลือก โรซาเลีย (Rosalia) นักร้องชาวสเปนผู้แต่งเพลงและร้องเพลงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ เป็นตัวแทนลิปสติกตัวใหม่ ซึ่งการเลือกนักร้องหญิงท่านนี้ สร้างความประทับใจต่อเหล่าบิวตี้ และสร้างมูลค่าได้ราว 6.5 ล้านดอลลาร์

ความสวยงามแห่งความหลากหลายไร้ขีดจำกัดของอัตลักษณ์ฉบับตัวฉัน (ME)

ออกนอกกรอบความคิดเดิมๆ ที่จะต้องสวยแบบพิมพ์นิยมที่สังคมชื่นชอบ เปลี่ยนความคิดสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนมั่นใจและเคารพความสวยงามในแบบตัวเอง ดังเช่นแบรนด์เครื่องสำอางไทย Mistine (มิสทีน) ที่สร้างจุดเปลี่ยนแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี สร้างสรรค์แคมเปญดัง ‘ฉัน มั่น หน้า’ ภายใต้แนวคิด I’m Perfectly Me นำนางแบบที่เป็นบุคคลธรรมดามาเป็นถ่ายแบบพรีเซนเตอร์ แทนบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือดารานักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อถ่ายทอดความสวยงามอันหลากหลาย และสนับสนุนให้หญิงสาวคนรุ่นใหม่ทุกคนมั่นใจและภูมิใจในความสวยงามบนใบหน้าตนเอง ไม่ว่าคุณจะมีโครงหน้ารูปแบบใด ริมฝีปากหนาบางอย่างไร มีคิ้วหรือไม่คิ้ว แต่ก็สวยได้ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ซึ่งแคมเปญนี้ก็ได้รับการตอบรับจากสังคมและถูกพูดถึงในกระแสโซเชียลทางบวกโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของหลายๆ แบรนด์อย่างล้มหลาม 

เรื่องราวเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำว่า นิยามความสวยงามแห่งความแตกต่างจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่มีอิทธิพลมากยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมความงาม ที่เหล่าคนวงการบิวตี้ แบรนด์ความงาม เจ้าของแบรนด์ และผู้ผลิตสินค้าความงามทั่วโลกต่างต้องหันมาให้ความสำคัญต่อเสียงของผู้คนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น พร้อมกับปรับตัวในการผลิตสินค้าความงามให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมความงามทั่วโลกอย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว
 

……………………………………………………

เกี่ยวกับคอสเม็กซ์ 2022

ทุกคนต่างมีความงดงามในแบบของตัวเอง และทุกธุรกิจความงามก็ควรค่ากับความสำเร็จ COSMEX 2022 (คอสเม็กซ์ 2022) จึงพร้อมจะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดโดยเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมเทคโนโลยีในการผลิต อุปกรณ์ บรรจุภัณฑ์ และผู้ผลิต OEM/ODM ในอุตสาหกรรมความงามกว่า 200 แบรนด์จากนานาชาติที่จะมาร่วมอัปเดตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามอันหลากหลายและแตกต่าง รวมทั้งพบปะกับผู้ประกอบการและเจ้าของแบรนด์ความงามกว่า 10,000 ราย ตั้งแต่ขนาดย่อมไปจนถึงแบรนด์ชั้นนำ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ รวมทั้งกิจกรรมและสัมมนาเพิ่มองค์ความรู้ นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดพร้อมกับงาน in-cosmetics Asia งานแสดงส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลก งาน COSMEX 2022 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค จะเป็นงานที่รวบรวมเส้นทางแห่งความสำเร็จให้คุณเหนือกว่าจินตนาการ

ภาพจาก Gettyimages, Laka.official